KARAOKE GENIE 100 HITS
KARAOKE GENIE 100 HITS
KARAOKE GENIE 100 HITS
นิทานหลอกเด็ก - Sweet Mullet
นิทานหลอกเด็ก - Sweet Mullet

BLOG

Facebook Share Twitter Share

เรื่องของเรื่อง

May 1, 2014

สวัสดีครับ

สืบเนื่องการได้อ่านกระทู้จากเวปอมยิ้ม เกี่ยวข้องกับวง COCKTAIL ของเรา ทำให้ผมอยากออกมาเล่าสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจมาแสนนานครับ   เรื่องนี้อาจยาวมากนะครับถ้าใครคิดว่าตามมาไหวล่ะก็……เอ้ามาเลย! (กระทู้นี้ครับ   http://pantip.com/topic/31978716)

จากวงอินดี้สู่วงดนตรีในสังกัดค่ายยักษ์ใหญ่

     หลายๆคนอาจทราบดีอยู่แล้วว่าผมอยู่กับการทำเพลงภายใต้ชื่อ COCKTAIL (ต่อจากนี้จะเรียกวง C สั้นดี พิมพ์ง่าย) มาแล้วถึง 12 ปี  ภายใน12ปีนั้น C ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านช่วงเวลาของวงการดนตรีมาหลากหลายรูปแบบ ขอเท้าความสักหน่อยแล้วกันสำหรับคนที่พึ่งรู้จักกันในยุคหลังครับ

C เป็นวงที่จะว่าไปก็เป็นผลผลิตจากการตื่นตัวของตลาดอินดี้ในช่วงปี 45  ในขณะนั้นคลื่นอ้วนภายใต้การนำของพี่เต็ต ยุทธนา บุญอ้อม ได้จุดกระแสให้ดนตรีนอกกระแสกลายมาเป็นดนตรีกระแสใหม่ การมาถึงของยุคอินดี้ครองเมืองนั้นส่งผลให้มีผู้ผลิตผลงานอินดี้นอกกระแสออก มาเป็นจำนวนมากและ C เองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ เพลงในอัลบั้มแรกของเราหยาบ ขาดๆ เกินๆ แต่ผมมั่นใจว่ามันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของเด็กกลุ่มหนึ่งที่มีความฝัน ความเชื่อ อย่างเข้มข้น…..อย่างน้อยก็ของผมแน่ๆล่ะคนหนึ่ง

C ใช้เวลาเดินทางเนิ่นนานเปลี่ยนคนเล่นมากมายจนในที่สุดก็กลายมาเป็ยพวกเราสี่ คนอย่างที่เห็นกันในปัจจุบันครับ (ประวัติวงขอยังไม่เล่าละกันมันยาวมาก) เรื่องก็คือในช่วงปี53 หลังอัลบั้ม

In The Memory of Summer Romance วางขาย ผม เชา และ อายุ เราสามคนเริ่มเห็นว่าเราอยากที่จะยื่นผลงานของเราให้ค่ายดูบ้าง ไม่ใช่เพราะว่าอยากดังนะครับ แต่อยากรู้ว่าโลกภายนอกจะตอบรับกับพวกเราอย่างไรบ้าง เล่นดนตรีมาก็หลายปีมีใครอยากทำงานกับพวกเราบ้างไหม? คิดได้ดังนั้นพวกเราก็เตรียมเพลงเดโมทั้งหมด 8-9 เพลงเพื่อส่งไปตามที่ต่างๆ ตอนแรกๆก็ดีนะครับทุกที่เรียกเราเข้าไปคุย แต่ผลก็คือ……ไม่มีใครต้องการเราครับ !! เพลงของเราเขาว่ามันดูไม่ตรงกับความต้องการของเขา ซึ่งผมเข้าใจนะครับเขาคงมีความต้องการในแบบที่เขาอยากทำจริงๆ

     เมื่อการเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่ได้คิดย่อท้อหรอกนะครับ ผมบอกกับเชาในบ่ายวันหนึ่งว่าดูนี่สิเรามีเพลงที่ดีๆใน stock ตั้งเยอะทำเองก็ได้  ที่ผ่านมาก็ทำเอง ทำไมวันนี้จะทำเองอีกไม่ได้?  ในที่สุดเราก็เริ่มบันทึกเสียงเพลงแรกของอัลบั้ม 4 กัน เพลงนั้นชื่อ “วัย”

     เราปล่อยวัยตามวิทยุนะครับ แต่ตอนนั้นมันเข้าสู่ยุคที่วงอินดี้ทั้งหลายกลายเป็นมีค่ายกันแทบทั้งหมด จะค่ายใหญ่เล็กไม่สำคัญแต่ที่แน่ๆเขามีค่ายกัน!  เพลงของวงเล็กๆที่ส่งเองทำเองก็ไม่ได้ถูกเปิดแพร่หลายนักครับ บางคนเลยไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามีเพลงวัยของเราออกมาแล้วนะ นอกเหนือไปจากทำเพลงเองแล้ว MV เราก็ลงทุนทำกันด้วยนะครับ !!?!  ไหนๆจะทำกันเองอีกชุดขอทำให้สุดไปเลยแล้วกัน  จริงๆ ในตอนนั้นก็เริ่มเรียนจบกันหมดแล้วครับ หลายๆอย่างประดังประเดเข้ามาในห้วงความคิด ชีวิตจริงอยู่ข้างหน้า จะเกาะพ่อแม่ตลอดไปก็ใช่ที่ งานก็ต้องทำ เงินก็ต้องใช้ แถมต้องแบ่งมาทำเพลงด้วย……ความคิดที่ว่าอัลบั้มนี้คงเป็นอัลบั้มสุดท้าย ก่อนที่จะได้เลิกเล่นชัดเจนขึ้นทุกขณะ…..

     แต่แล้ววันหนึ่ง genie ก็เรียกเราเข้าไปคุยโดยที่ผมเองไม่ใช่คนตัดสินใจเอาไปยื่น เพราะค่ายใหญ่ค่ายนี้เป็นที่แรกๆที่ผมหมายเอาไว้เลยว่าเขาไม่มีทางเอา เรา…ในวันแรกที่ผมมีโอกาสไปคุยกับ พี่โน่ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ ผู้ที่กลายมาเป็นโปรดิวเซอร์คนแรกในชีวิตของผม ผมพกเอาเพลงเหล่านี้ไปด้วยครับ (ภาพถ่ายจากหน้าสมุดบันทุกที่ใช้จริงในวันนั้น)

เรื่องของเรื่อง

     ดูจากรายชื่อเพลงในตอนที่แล้ว หลายๆคนน่าจะอ๋อได้ไม่ยากใช่ไหมครับ….ใช่แล้วมันคือรายชื่อเพลงจากอัลบั้ม Ten Thousand Tears แทบจะร้อยเปอร์เซ็น !   ที่เป็นอย่างนั้นเหตุผลง่ายมากครับเพราะการติดต่อมาของ genie ไม่ได้มาจากการที่เราคาดเอาไว้ก่อน (เป็น ผจก.ของเราแอบเอาไปยื่นโดยที่เราไม่รู้) ดังนั้นในขณะนั้นเราเริ่มที่จะทำอัลบั้มด้วยตัวเองกันไปเรียบร้อยแล้ว โดยกะให้เป็นอัลบั้มสุดท้าย…..

     แต่เมื่อประตูบานใหม่ในชีวิตเปิดออก ทางเลือกและการตัดสินใจย่อมต้องมาถึง….ใจผมไม่ทราบหรอกนะครับว่าสมาชิกคนอื่นในวงคิดอย่างไรกันบ้าง แต่สำหรับตัวผมเองการเล่นดนตรีอยู่ในวงๆหนึ่งมา 8 ปี เล่นมาตั้งแต่ไม่มีคนดูเลย จนเริ่มมีคนตามบ้าง ผมขอเหมาเอาเองว่าผมเลยวัยที่จะเห่ออะไรหนักหนากับชีวิตนักดนตรีครับ ดังนั้นในเมื่อมาถึงนี้แล้วตั้งใจเอาไว้เลยว่าถ้าไม่ได้เล่นอย่างที่ใจอยาก “เล่น” หรือมีคนมาขอให้เปลี่ยนแปลงอะไร….ผมก็ตั้งใจว่าจะปฏิเสธครับ

     มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะไม่เชื่อ เพราะเห็นน้องๆหลายๆคนที่ฟังกันมาตั้งแต่อัลบั้มแรกพูดกันบ่อยๆว่า “ตั้งแต่เข้ามาค่ายใหญ่ วงเปลี่ยนไป วงไม่มีสเน่ห์อะไรเหมือนเดิม” ซึ่งผมเข้าใจได้ครับ ไม่ได้คิดมากกับความเห็นต่างๆนาๆ  แต่ที่คิดเพราะว่า ….. คุณกำลังโทษผิดคนครับ !!!

ค่ายไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนอะไรเราครับ อย่าไปโทษเขา !

     ค่ายซื้อใจผม….การประชุมในวันนั้นดีกว่าที่คิดมาก วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมมีโอกาสได้รู้จักกับพี่ นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร genie records (ต้องตัวพิมพ์เล็กนะครับ) อิมเมจที่วางเอาไว้ในใจหลายอย่างถูกคลี่คลายออกมา….ที่นี่ไม่ได้เคี่ยว อย่างที่คิดแฮะ  สรุป….ผมได้อิสระในการทำงานในบรรยากาศใหม่ พร้อมทุนที่จะทำให้ผมบ้าได้มากกว่าเดิม !    ทำไมจะไม่ล่ะ !!!

ในที่สุดอัลบั้มที่น่าจะเป็นอัลบั้มทำเองขายเองก็กลายมาเป็นอัลบั้มที่มี ค่ายใหญ่อย่าง genie เป็นผู้ออกทุนครับ ความเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดและแนวเพลงจริงเป็นผลมาจากความตั้งใจของเราเอง ไม่ใช่ของค่าย ที่นี้คำถามทองคำของวินาทีนี้คือ…..ทำไมจะต้องเปลี่ยนแปลง ?

     อัลบั้ม In The Memory of Summer Romance เป็นอัลบั้มที่หลายๆคนที่ฟัง COCKTAIL มาเนิ่นนานพูดถึงกันบ่อยๆ เป็นอัลบั้มที่ผมเองชอบมากที่สุดเหมือนกันครับ เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าการเขียนเพลงของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปชัดเจนขึ้น เทียบกับอัลบั้มก่อนหน้า (อัลบั้ม COCKTAIL และ อัลบั้ม 36,000 miles away from here) ชัดเจนขึ้นนี่ไม่ได้หมายความว่าดีขึ้นนะครับ ไม่บังอาจชมตัวเองขนาดนั้น แต่หมายถึงผมเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าผมชอบอะไรและอยากให้วงเป็นวงแบบไหน (อัลบั้มแรกเหมือนรวมเพลงงานนักเรียน อัลบั้มสองเป็น pop rock ที่ทดลองเยอะแนวมากเต็มไปด้วยกลิ่นศิลปินที่ผมชื่นชอบทั้งไทยและเทศ) แต่ผมก็ตัดสินใจที่จะนำพาวงไปสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อมาถึงอัลบั้ม Ten Thousand Tears ด้วยเหตุผลง่ายๆเลยคือ … ผมไม่อยากทำเพลงให้ซ้ำกับที่เคยทำมา

ลองมาพิจารณาด้วยตรรกแบบเศรฐศาสตร์ 101 กันครับ

     เมื่อ Supply มีมาก Demand ย่อมต้องลดลง ดังนั้นหาดพวกเราตัดสินใจผลิตเพลงแบบเดิมซ้ำออกมาอีกยิ่งเยอะคุณค่าความ พิเศษของเพลงที่มีอยู่มันก็ย่อมลดลงตามไปด้วยเรียกว่าเป็นการไปเพิ่ม supply เสียจนสินค้ามีเฟ้อในตลาด demand ก็คงลดลงไปด้วย….. ว่ากันง่ายๆ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับว่าที่อัลบั้ม In The Memory พิเศษได้ก็เพราะมันไม่เคยถูกทำซ้ำ มันสมบูรณ์ที่สุดแล้วในตัวมันเอง และในเวลาของมัน

     ในฐานะที่เล่นดนตรีด้วยความรักมาตลอด 12 ปีนี้ผมอยากจะเล่นดนตรีแบบที่ตัวเองจะได้ตื่นเต้นไปกับมันเรื่อยๆ เหมือนกับชื่อวง COCKTAIL ครับ การผสมเครื่องดื่มมันทำได้หลากหลายไม่สิ้นสุดจริงๆ อยากให้รสชาติเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอแต่ยังคงอยู่ใน “แก้วใบเดิม

     ผมและวงจึงพยายามที่จะสรรหาวิธีทางใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ ปรัชญาใหม่ๆ มาผสมลงไปในเพลงของพวกเราอย่างสม่ำเสมอครับ แต่ก็นั่นแหละมันคงเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ทุกคนชอบในสิ่งที่เราทำตลอดเวลา ดนตรีกับผู้ฟังบางทีนึกๆดูก็เหมือนความสัมพันธ์ของคู่รักนะครับ มันมีช่วงเวลาที่เราชอบมาก มีวันเวลา และความทรงจำที่ดีร่วมกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ต่างคนต่างเติบโต ต่างเรียนรู้ และเริ่มที่จะเลือกวิถีทางในชีวิต….บางคู่ยังเดินหน้าด้วยกันต่อไป….บาง คู่ไปกันไม่ได้ก็ต้องเลิกราจากกัน  แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าวันนี้ความรักของเราอาจจะสิ้นสุดลง แต่….ช่วงเวลาที่เราเคยมีความสุขด้วยกันนั้นมันเป็น “ของจริง” ครับ มันคงอยู่ตรงนั้นเสมอทุกครั้งที่หลับตาแล้วนึกถึง อย่างไรก็เถอะเลิกกันแล้ว ก็ยัง “เป็นเพื่อนกันได้” นะครับ

     ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้  ช่วงเวลาที่ผ่านมาโลกเปลี่ยนอะไรเราไปมากมาย สังคม ชีวิต ความคิด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลต่อเพลงของเราเสมอครับ ดนตรีเป็นผลผลิตจากความคิดของมนุษย์ ความรู้ทั้งมวลของมนุษย์มาจากการรับรู้และกลั่นกรองเป็นความรู้ประสบการณ์ ดังนั้นยิ่งเราเห็นโลกมากขึ้นมุมมองใหม่ๆต่อดนตรีของเราจึงได้ถูกสร้างขึ้น อาจถูกใจผู้ฟังบ้าง ไม่ถูกใจบ้างก็อดทนกับเราหน่อยนะครับ จะติจะชมผมมีความสุขเสมอที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน  แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า “เรายังคงจริงใจและยึดถือกับความเป็นตัวเองเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ทุกอย่างที่ทำออกมากรั่นกรองจากความเป็นตัวตนของวง และที่สำคัญ “พวกเรายังทำดนตรีด้วยความรักล้นใจ


Ohm Puntapol

Blog Author

|: ความคิดเห็น :|

Your email address will not be published. Required fields are marked *