KARAOKE GENIE 100 HITS
KARAOKE GENIE 100 HITS
KARAOKE GENIE 100 HITS
นิทานหลอกเด็ก - Sweet Mullet
นิทานหลอกเด็ก - Sweet Mullet

BLOG

Facebook Share Twitter Share

BODYSLAM SAVE MY LIFE USA TOUR 2009

June 7, 2009

ปกติถ้าเราทัวร์ในเมืองไทยเราจะเล่น ในผับซะส่วนใหญ่ เราก็จะเล่นสัก 13-14 เพลง คือประมาณชั่วโมงครึ่ง แต่ว่างานที่อเมริกานี่เราตั้งใจจะไปโชว์ให้ยาวกว่าหน่อย เลยเตรียมไปประมาณ 20 เพลง เอาเพลงที่ไม่ได้เล่นประจำในทัวร์มาซ้อมเพิ่มขึ้น เพื่อนให้เล่นได้สักสองชั่วโมง คิดว่าไม่ได้ไปบ่อยๆ ไหนๆ ไปแล้วก็อยากจะเล่นให้เต็มที่ ให้คุ้มค่ากับที่คนอุตส่าห์ซื้อตั๋วราคาหลักพัน แล้วยังลงทุนมาจากรัฐ ต่างๆ เพื่อมาดูคอนเสิร์ตของพวกเรา

เราออกเดินทางจากไทยกันวันที่ 1 พ.ค. แล้วก็ไปเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน นั่งเครื่องบินรวมเบ็ดเสร็จแล้วน่าจะประมาณ 20 ชั่วโมง แล้วก็มาถึงอเมริกาในวันที่ 1 เหมือนกัน เพราะว่าเวลาเขาช้ากว่าเรา ประมาณ 12-13 ชั่วโมง เมื่อเราลงจอดที่ซานฟรานซิสโกก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว เราก็ไปกินอาหารกันก่อนเลย มาถึงอเมริกาทั้งทีแต่เราได้กินอาหารไทยมากกว่าอาหารฝรั่งอีกครับ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะว่าคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นี่จะเปิดร้านอาหารกันเยอะ แล้วเขาก็อยากจะต้อนรับเรา พอทานอาหารกันเสร็จเราก็กลับเข้าโรงแรมนอน

ทริปนี้เรามากันน้อยมาก มีทีมผู้จัดการวงที่ตามมาด้วย แล้วก็ทีมของต่างประเทศที่คอยตามอยู่คนหนึ่ง เราเอาพี่โอมมาด้วยครับ โชว์แรกในซานฟรานซิสโกจะเริ่มในวันที่ 3 เราเลยมีเวลาว่างหนึ่งวัน ใช้เวลาส่วนใหญ่่ไปกับการเดินเที่ยว นั่งรถถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ อย่างสะพานโกลเด้นเกท อากาศที่นี่หนาวมากครับ ผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับความเย็นแบบนี้

พอมาถึงวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันโชว์ครั้งแรก เราก็ไปซาวน์เช็คกันตอนบ่ายๆ ที่ๆเราจะมาเล่นมีชื่อว่า Glaskat Nightclub ซึ่งเป็นสถานที่ให้เช่าจัดงานที่มีความคล้ายคลึงกับผับ มีบาร์และอะไรต่างๆ สามารถจุคนดูได้ประมาณ 600-700 คน

เรา ไม่มีปัญหาเรื่องซาวนด์เพราะว่า พี่ซาวนด์เอ็นจิเนียร์ของเราได้คุยกับทีมงานเรื่องสเปคบนเวทีก่อนที่เราจะมา ถึง เราขึ้นเล่นตอนประมาณห้าทุ่มครึ่ง สาเหตุที่ต้องเล่น ดึกขนาดนี้เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่ทำงานร้านอาหาร กว่าจะเลิกงานกันก็ 4-5 ทุ่ม อารมณ์ที่เล่นคอนเสิร์ตที่นี่ไม่ค่อยแตกต่างจากตอนเล่นที่ไทยเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะคนดูที่มาส่วนใหญ่เป็นคนไทย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรผมก็ใส่เต็มอยู่แล้วครับ สิ่งที่กลัวก็คือเหลือบไปเห็นฝรั่งหัวทองมาดูด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนหรือญาติของคนไทย ซึ่งทีแรกผมก็กังวลใจอยู่เพราะที่นี่เขาคงได้ดูคอนเสิร์ตที่มีวงเจ๋งๆเยอะ ในสังคมที่มันเป็นของจริง กลัวว่าเราจะเล่นไม่ถูกใจเขา คิดอะไรไปต่างๆนาๆ แต่พอเล่นจริงๆเห็นปฏิกิริยาว่าเขาแฮปปี้เขาชอบเรา บางคนร้องเพลงของเราได้ ทำผมตะลึงไปเหมือนกัน โดยคราวนี้เราไม่ได้เล่นคัฟเวอร์เพลงฝรั่งเลย เพราะคิดถึงคนที่นุ่นน่าจะคิดถึงเพลงไทย ก็เลยเอาเพลงของเราไปเล่นหมดทั้งสี่ชุด ยี่สิบเพลงเลยครับ

พอเล่นเสร็จเราก็กลับที่พัก เพื่อนอนเอาแรงทันทีโดยไม่มีความเสียดาย เพราะยังมีอีกสามเมืองให้ไปเที่ยว พอตกเย็นวันที่ 4 เราก็นั่งเครื่องบินภายในรัฐที่ขนาดไม่ใหญ่มากเพื่อไปลอสแอนเจลิส ไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึง เราก็เข้าที่พักไปตอนเย็นๆ และพอหัวค่ำเขาก็พาไปที่ๆ เหมือนไทยทาวน์ คือจะมีตลาดต่างๆ และร้านอาหารไทยเพียบเลย เราไปที่ร้านชื่อว่า เครื่องเทศ เป็นร้านกึ่งผับคล้ายๆ อตก.บ้านเรา ผมเข้าไปชะงักเลย เพราะบรรยากาศข้างในเหมือนเมืองไทยจนน่าตกใจ วงที่เล่นก็เป็นวงไทยที่เล่นเพลงไทย ทำให้ผมสงสัยว่าตัวเองอยู่กรงุเทพฯ หรือเปล่า


วันที่ 5 ก็ได้เวลาทำการแสดงอีกครั้ง คราวนี้เล่นในฮอลล์ที่มีชื่อว่า Avalon อยู่แถวๆ ฮอลลีวูด บูเลอวอร์ด โดยที่มันจะมีชั้นล่างแล้วก็ชั้นลอยด้วย เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการจัดคอนเสิร์ตมากๆ ซึ่งส่วนใหญ่ ก็เป็นคนไทยเหมือนเดิม ที่นี่ผมว่าระบบทุกอย่างเพอร์เฟ็คสุด แล้วคนดูก็สนุกกันสุดๆ บรรยากาศบนเวทีลงตัวมากกว่าเมืองไทย

วันที่ 6, 7 และ 8 พักอยู่ที่ลอสแอนเจลิสตลอด เพราะว่าไม่มีเล่น เราไปเยี่ยมชม Universal Studio กัน จากนั้นพวกยอดและปี๊ดก็ไปเดินดูของกันที่ Guitar Center ส่วนผมก็นอนเติมพลังอยู่ที่โรงแรม Sheraton ผมเป็นประเภทถ้าไปทำงานแล้วอารมณ์เที่ยวมันจะน้อย เพราะว่าต้องระวังสุขภาพตัวเอง ฮาร์ดคอร์มากไม่ได้ แต่มีวันหนึ่งผมได้ไปดูบาสในสนามจริงๆ ตอนที่ Lakers แข่งกับ Rockets ด้วย เพราะว่ามันอยู่ใกล้โรงแรมแล้วผมเองก็ชอบดูกีฬาอยู่แล้ว รู้สึกว่าเขาเอนเตอร์เทนเราสนุกดี ตรงสกอร์บอร์ดก็จะมีเล่นมุขกับเราบ้างให้เราตะโกนนู่นนี่บ้าง เป็นประสบการณ์ที่ดีเลย

วันที่ 8 เราก็บินไปชิคาโก พอถึงที่นั่นก็มืดๆแล้วครับ ฝนตกด้วย เราก็แค่เดินถ่ายรูปกันตอนกลางคืน แล้วก็ไปเที่ยวที่ผับมีชื่อของที่นู่นที่พี่คนไทยเขาบอกว่าคนที่มาชิคาโก ต้องแวะไป ในผับเขาจะเล่นบูลส์ แล้วก็จะมีผู้ใหญ่วัยทำงานมาเต้นกันมากมาย ใจจริงแล้วมาถึงนี่ทั้งทีผมอยากดูดนตรีมาก พวกทัวร์ฝรั่งอย่าง Warp Tour หรืออะไรแบบนี้ แต่ก็ติดที่ต้องทำงาน ไม่อยากทำตัวซ่ามาก เคยมีครั้งหนึ่งที่จะ ไปซิดนีย์กับเมลเบิร์นแล้วผมดันป่วยพอดี เลยต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เอาไว้ปิดทัวร์แล้วค่อยหาโอกาสมาดูเองวันหลัง ตอนนี้งานต้องมาก่อน

โชว์วันที่ 9 ที่ชิคาโก จัดในที่ๆ น่าจะเป็นโรงละคร มีชื่อว่า The Olympc Theatre ลักษณะจะคล้ายๆ กับหอประชุมธรรมศาสตร์บ้านเรา มีชั้นลอยแล้วก็มีที่นั่ง ผมกลัวๆว่าคนนั้งดูคงกร่อยแน่ๆ แต่พอเพลงแรกคนที่มาดูก็ยินกันหมดเลยครับ มาหน้าเวทีเลยด้วยซ้ำ ที่ชิคาโกผมจะประทับใจอย่างหนึ่งคือการที่มีการ์ดตัวใหญ่ๆ เป็นคนผิวดำยืนอยู่หน้าเวที เวลาเราไปที่นั่นไปนี่การ์ดจะคอยดูแลเรา ตอนที่เขาส่งเรากลับ เขาบอกว่าเราชอบเรามากรู้สึกว่ามันสวยงาม ผมดีใจนะ ผมรู้สึกว่าได้กำลังใจจากตรงนี้เยอะเลย คิดว่าโอกาสที่เขาเจอศิลปินที่มาเล่นที่นี่ก็คงเยอะ แต่เขาชื่นชอบเราแบบนี้ทำให้ผมเรียกความมั่นใจได้เยอะเลย เราเล่นที่ชิคาโกเสร็จประมาณตีสอง กว่าจะทำอะไรเสร็จก็นอนกันตอนประมาณตี 5 แล้วก็ต้องตื่นประมาณ 7 โมงเช้า เพื่อไปถึงสนามบินก่อน 9 โมง เพราะวันที่ 10 เราต้องไปโชว์ ต่อที่วอชิงตันดีซี คืนนั้นเราเลยได้นอนกันแค่สองชั่วโมง พอถึงดีซีผมก็เข้าโรมแรมในช่วงบ่ายๆ ผมก็หลับเป็นตายเลย ส่วนโชว์ก็จะเริ่มตอนประมาณห้าทุ่มครึ่งเหมือนเดิม เป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของ บอดี้สแลมอัลบั้ม Save My Life

สถานที่เล่นคราวนี้มีชื่อว่า The Saisa Room เป็นกึ่งๆผับ คล้ายๆที่ซานฟรานซิสโก เจ้าของเป็นเม็กซิกันสองคน มีคนมาดูเราประมาณ 400-500 คน แต่ตอนเล่นที่ดีซีนี่คนจะน้อยที่สุด เพราะว่ามันชนกับงานแต่งงานคนไทนที่นั่นด้วย แล้วอีกอย่างมันตรงกับวันแม่ของอเมริกา พวกร้านอาหารก็จะปิดดึก ทำให้คนมาไม่ทัน หลายคนจ่ายค่าบัตรแล้วไม่ได้มาก็มี น่าจะประมาณร้อยคนได้

สมาชิกในวงคนอื่นที่ไปซาวนด์เช็คกันระหว่างที่ผมนอนหลับเป็นตายอยู่ที่ โรงแรมเล่าให้ฟังว่า ตอนซาวนด์มีฝรั่งชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ สกอร์ต มาร้องเพลงของบอดี้สแลมให้ฟัง เขาชอบวงพวกเรามาก เขาเองก็เคยมาอยู่เมืองไทยอีกด้วย ตอนช่วงเพลงสุดท้ายของโชว์ที่ผมจะเล่นเพลง ยาพิษ อีกรองหนึ่ง ผมก็เลยชวนเขาขึ้นมาร้องด้วยเลย เขาเองก็จำเนื้อได้แม่น ร้องได้ทุกท่อนเลย ทำเอาผมประทับใจจริงๆ และการเล่นที่ดีซีก็จบอย่างสวยงาม คนอาจจะน้อยไปหน่อยแต่ว่าสนุกมาก ถือว่าปิดทัวร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบกับโชว์ที่อเมริกา

Bodyslam live in DC – Ya Pid (คลิปที่พี่ตูนว่า)

Blog Author

|: ความคิดเห็น :|

Your email address will not be published. Required fields are marked *